สาระเรื่องแอร์

แอร์รถไม่เย็น มีแต่ลม เกิดจากอะไร? 6 สาเหตุยอดฮิต พร้อมวิธีแก้ตรงจุด

ขับรถอยู่ดีๆ แอร์กลับไม่เย็น มีแต่ลมร้อนออกมา เกิดจากอะไรได้บ้าง? สรุป 6 สาเหตุยอดฮิตที่พบบ่อย พร้อมวิธีตรวจเช็กเบื้องต้นและการแก้ไขจากช่าง 185Service

ปัญหาแอร์รถไม่เย็น มีแต่ลม อาการยอดฮิตที่คนใช้รถต้องเจอ

ขับรถท่ามกลางอากาศร้อนเมืองไทย แต่เปิดแอร์แล้วกลับมีแต่ลมเป่าออกมา ไม่มีไอเย็นเลย หรือบางครั้งเย็นๆ ร้อนๆ สลับกันไป ปัญหานี้สร้างความทรมานใจให้กับคนใช้รถอย่างมาก อาการแอร์รถไม่เย็น มีแต่ลม เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงชิ้นส่วนหลักในระบบแอร์ชำรุดเสียหาย วันนี้ 185Service ศูนย์บริการเด็นโซ่ รวบรวม 6 สาเหตุยอดฮิตที่พบบ่อยที่สุด พร้อมแนวทางการแก้ไขอย่างตรงจุดมาฝากกันครับ

1. น้ำยาแอร์ขาด หรือเกิดรอยรั่วในระบบ

สาเหตุอันดับ 1 ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยปกติแล้วระบบแอร์รถยนต์เป็นระบบปิด น้ำยาแอร์จะไม่ระเหยหายไปเอง เว้นแต่ว่าจะเกิด จุดรั่วซึม ขึ้นในระบบ เช่น ที่โอริง ตู้แอร์ (คอยล์เย็น) แผงร้อน (คอนเดนเซอร์) หรือตามข้อต่อสายน้ำยา
อาการที่สังเกตได้: แอร์ค่อยๆ เย็นน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นมีแต่ลม หรือได้ยินเสียงฟู่เบาๆ ดังมาจากช่องแอร์
วิธีแก้ไข: การเติมแค่น้ำยาแอร์เข้าไปใหม่อย่างเดียวเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว วิธีที่ถูกต้องคือต้องใช้เครื่องมือตรวจเช็กรอยรั่ว (เช็กรั่วด้วยแรงดันไนโตรเจนหรือน้ำยาเรืองแสง) เมื่อเปลี่ยนจุดที่รั่วแล้วจึงแวคคั่มและเติมน้ำยาแอร์ใหม่ตามปริมาณมาตรฐานโรงงาน

2. พัดลมระบายความร้อนหน้าเครื่องหรือแผงคอนเดนเซอร์ไม่ทำงาน

ระบบแอร์จำเป็นต้องระบายความร้อนที่แผงคอนเดนเซอร์ (แผงร้อน) หน้ารถ หากพัดลมไฟฟ้าหน้าหม้อน้ำเสีย หมุนช้า หรือแผงคอนเดนเซอร์สกปรกอุดตันด้วยฝุ่น เศษใบไม้ แมลง น้ำยาแอร์จะไม่สามารถควบแน่นเพื่อส่งไอเย็นเข้าห้องโดยสารได้
อาการที่สังเกตได้: ตอนรถวิ่งเร็วแอร์จะเย็นปกติ แต่พอรถติดไฟแดงหรือจอดอยู่กับที่ แอร์จะเริ่มไม่เย็นและมีแต่ลมร้อนออกมา
วิธีแก้ไข: ล้างทำความสะอาดแผงคอนเดนเซอร์หน้ารถ ตรวจเช็กมอเตอร์พัดลม รีเลย์พัดลม และฟิวส์ หากมอเตอร์พัดลมเสื่อมสภาพควรเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันเครื่องยนต์โอเวอร์ฮีทตามมาด้วย

3. คอมเพรสเซอร์แอร์ (Compressor) เสีย หรือคลัตช์คอมแอร์ไม่จับ

คอมเพรสเซอร์คือหัวใจหลักในการสร้างแรงดันน้ำยาแอร์ เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานไม่สมบูรณ์ หรือหน้าคลัตช์คอมเพรสเซอร์ (Magnetic Clutch) สึกหรอ ไม่สามารถดึงให้คอมเพรสเซอร์หมุนตามสายพานได้ ระบบก็จะไม่สร้างความเย็นเลย
อาการที่สังเกตได้: เมื่อกดปุ่ม A/C ไม่ได้ยินเสียง "แป๊ก" ของหน้าคลัตช์แอร์ หรือมีเสียงดังผิดปกติบริเวณห้องเครื่องเวลาเปิดแอร์
วิธีแก้ไข: ตรวจเช็กระยะห่างของหน้าคลัตช์คอมแอร์ ตรวจวัดแรงดันกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์ หากหน้าคลัตช์หมดสภาพสามารถเปลี่ยนเฉพาะชุดคลัตช์ได้ แต่หากคอมเพรสเซอร์น็อกหรือลูกสูบติด จำเป็นต้องล้างระบบและเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่

4. กรองแอร์ตัน หรือตู้แอร์ (คอยล์เย็น) สกปรกอุดตัน

กรองแอร์ห้องโดยสารมีหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง หากใช้งานมาเป็นเวลานานเกินกว่า 10,000 - 20,000 กม. โดยไม่เคยเปลี่ยน กรองแอร์จะอุดตันจนลมผ่านไม่ได้ และหากปล่อยไว้นาน ฝุ่นจะหลุดเข้าไปเกาะที่ตู้แอร์ (Evaporator) กลายเป็นเมือกและสิ่งสกปรกอุดตัน
อาการที่สังเกตได้: ลมแอร์เป่าออกมาเบามาก แม้จะเร่งพัดลมเบอร์แรงสุด และอาจมีกลิ่นอับชื้นร่วมด้วย
วิธีแก้ไข: เปลี่ยนไส้กรองแอร์ใหม่สม่ำเสมอทุกๆ 10,000 - 15,000 กม. และเข้ารับการ **ล้างตู้แอร์แบบส่องกล้อง** โดยไม่ต้องรื้อคอนโซล เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและฆ่าเชื้อโรค

5. วาล์วแอร์ (Expansion Valve) ตัน หรือเสื่อมสภาพ

เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว ทำหน้าที่ฉีดน้ำยาแอร์ให้ขยายตัวกลายเป็นไอเย็นเข้าสู่ตู้แอร์ หากวาล์วแอร์ตัน ค้าง หรือเสื่อมสภาพ การฉีดน้ำยาจะไม่สมบูรณ์ ทำให้น้ำยาแอร์ไม่สามารถดูดซับความร้อนได้
อาการที่สังเกตได้: แอร์ไม่เย็น หรือเย็นช้ามาก ท่อแอร์หน้ารถอาจมีน้ำแข็งเกาะหนา
วิธีแก้ไข: ช่างจะตรวจเช็กค่าแรงดันด้านสูง (High) และด้านต่ำ (Low) ผ่านเกจวัดน้ำยา หากพบว่าวาล์วตัน จะต้องทำการเปลี่ยนวาล์วแอร์ตัวใหม่พร้อมเปลี่ยนดรายเออร์กรองความชื้น

6. สายพานแอร์หย่อน หรือขาด

สายพานแอร์เป็นตัวถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ไปหมุนคอมเพรสเซอร์แอร์ หากสายพานหย่อน แตกแตกลายงา หรือขาด คอมเพรสเซอร์จะไม่สามารถหมุนทำงานได้เลย
อาการที่สังเกตได้: มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจากห้องเครื่องเวลาเร่งเครื่องยนต์ หรือแอร์ไม่เย็นทันทีที่สายพานขาด
วิธีแก้ไข: ตรวจเช็กความตึงและสภาพเนื้อยางของสายพาน ปรับตั้งความตึงให้เหมาะสม หรือเปลี่ยนสายพานใหม่หากพบรอยแตกปริ

สรุป: แอร์ไม่เย็น อย่าฝืนใช้ รีบตรวจเช็กก่อนลุกลาม

ระบบแอร์รถยนต์เป็นระบบที่ทำงานเชื่อมโยงกัน การฝืนเปิดแอร์ทั้งที่น้ำยาขาดหรือคอมเพรสเซอร์ทำงานผิดปกติ อาจส่งผลให้ชิ้นส่วนอื่นๆ พังเสียหายตามไปด้วย และทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบานปลาย
คำแนะนำจากช่าง 185Service: หากพบว่าแอร์รถยนต์เริ่มไม่เย็น ควรรีบนำรถเข้าตรวจเช็กแรงดันน้ำยาแอร์และการทำงานของระบบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทันที

ตรวจเช็กระบบแอร์รถยนต์ตรงจุด มั่นใจมาตรฐาน DENSO ที่ 185Service

185Service ศูนย์บริการเด็นโซ่ (DENSO Service Center)
พร้อมดูแลระบบแอร์รถยนต์ หม้อน้ำ และเครื่องยนต์อย่างครบวงจร:
- ตรวจเช็กอาการแม่นยำด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล
- ใช้อะไหล่คุณภาพสูงและอะไหล่แท้ DENSO รับประกันงานซ่อม
- เปิดบริการทุกวัน ทั้ง 4 สาขา (พุทธมณฑลสาย 3, บางแค, นนทบุรี, หนองแขม)
โทรนัดหมายหรือปรึกษาช่าง: **080-441-4489** หรือจองคิวออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์

ต้องการปรึกษาอาการรถยนต์กับช่างผู้เชี่ยวชาญ?

185Service ศูนย์บริการซ่อมแอร์รถยนต์เด็นโซ่ ยินดีให้คำปรึกษาและตรวจเช็กฟรี

โทรLINEจองคิวออนไลน์